ASPS ประเมินหุ้นไทยรับแรงหนุนหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติใหม่ ขานรับนวัตกรรม AI จากงาน CES 2026 กระแสเงินโลกเริ่มหมุนสู่ภาคการผลิต ด้าน กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยยาวถึงครึ่งปีแรก 69 แนะเก็งกำไรหุ้นอิงภาคการผลิต TOP, TASCO, DELTA, STA ทยอยสะสมหุ้นปันผลสูงรับความผันผวน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทุบสถิติสูงสุดใหม่ ขานรับนวัตกรรม AI จากงาน CES 2026 บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นจนสามารถสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (All-time High) นำโดยดัชนี DOW JONES ที่บวก 1.0% และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% แรงหนุนสำคัญมาจากความตื่นตัวในเทคโนโลยี AI ภายหลังการอัปเดตข้อมูลในงาน CES 2026 โดยเฉพาะบริษัท NVIDIA ที่ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มชิปใหม่ล่าสุดในชื่อ "Vera Rubin" ซึ่ง Jensen Huang ระบุว่าเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงแล้ว โดยมีประสิทธิภาพในการประมวลผลเร็วกว่ารุ่น Blackwell ถึง 5 เท่า และประหยัดพลังงานได้มากกว่า ซึ่งมีลูกค้ารายใหญ่ระดับโลกอย่าง AWS, OpenAI และ Anthropic เตรียมเข้าใช้งานแล้ว นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีความคาดหวังเชิงบวกต่อการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ หากข้อมูลตลาดแรงงานที่จะประกาศในวันที่ 9 มกราคม 2569 มีสัญญาณที่อ่อนแอลง 
จับตากลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและทิศทางเม็ดเงินโลก ในระดับภูมิภาค หุ้นกลุ่มอาวุธของเกาหลีใต้ เช่น Hanwha Aerospace และ Hyundai Rotem กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากการได้รับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มประเทศสมาชิก NATO เนื่องจากคลังอาวุธประเภทปืนใหญ่และรถถังของ NATO มีปริมาณน้อยกว่ารัสเซียค่อนข้างมาก ส่งผลให้มีการเร่งจัดซื้ออาวุธทางการทหารมากขึ้น โดยเฉพาะดีลใหญ่จากประเทศโปแลนด์ ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความไม่สงบในเวเนซุเอลาได้ผลักดันให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น แร่เงิน (+16% MTD), ทองแดง (+7% MTD) และทองคำ (+4% MTD) อีกทั้งยังเห็นสัญญาณการปรับพอร์ตของนักลงทุนที่เริ่มหมุนเงินจากหุ้นกลุ่มบริการ (Service Base) เข้าสู่หุ้นอิงภาคการผลิต (Manufacturing Base) มากขึ้น ทิศทางดอกเบี้ยไทย: กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยยาว แม้เงินเฟ้อติดลบ สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจไทย เงินเฟ้อทั่วไปเดือน ธ.ค. 2568 มีแนวโน้มติดลบต่อเนื่องที่ -0.3% YoY อย่างไรก็ตาม คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ยังคงฟื้นตัวได้ดีที่ +0.7% YoY และสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่เข้าขั้น วิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงที่ต้องรีบลดดอกเบี้ยทันที โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงช่วงครึ่งปีแรก และอาจเริ่มปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2569 สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ไทยที่เริ่มทรงตัวสะท้อนว่าตลาดเริ่มปรับความคาดหวังว่าดอกเบี้ยจะยังไม่ลดลงในเร็วๆ นี้ กลยุทธ์การลงทุนและหุ้นเด่นที่น่าจับตา จากปัจจัยข้างต้น กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เน้นหุ้นไทยที่อิงกับภาคการผลิตและหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูง ดังนี้: กลุ่มหุ้นอิงภาคการผลิตที่เติบโตดี: แนะนำเก็งกำไรในหุ้น TOP, TASCO, DELTA และ STA กลุ่มหุ้นปันผลสูง: แนะนำทยอยสะสมหุ้น SIRI, PTT, ICHI, LH, PTTEP และ MAJOR เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก สรุปประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ 1. ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls): เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย FED 2. คำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ: เกี่ยวกับมาตรการภาษีของทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมการค้าโลก 
|